ปะดูบิดุ๊บ ปั๊บปุ่มปะดั๊บปาดีดู่ดา เจาะลึกต้นกำเนิดคาราโอเกะ

ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

เสียงดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่ให้ความสุข ความบันเทิงกับคนเรามาอย่างช้านาน เรียกได้ว่ามีงานรื่นเริงที่ไหนที่นั่นก็มักจะมีเสียงดนตรีที่คอยให้ความสุขอยู่เสมอ

ในญี่ปุ่นนั้นก็เหมือนกับในที่อื่นๆ ทั่วโลก ที่ดนตรีนั้นได้รับความนิยมมาช้านาน โดยจะมีการบรรเลงดนตรีในช่วงอาหารค่ำ หรืองานรื่นเริง โดยเชิญแขกให้มาร่วมชมการแสดง

นอกจากนี้การร้องเพลงและเต้นรำยังเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหมู่ซามูไรด้วย ต่อมาในนสมัยไทโชของญี่ปุ่น ร้านอุตะโคเอะคิซซา (หมายถึง ร้านกาแฟร้องเพลง)

เริ่มเป็นที่นิยมและลูกค้าเนื่องจากเป็นร้านที่ลูกค้าสามารถร่วมร้องเพลงไปกับวงดนตรีบรรเลงสดได้ สิ่งนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมคาราโอเกะ

 

 

เมื่อต้นทศวรรษ 1970 เมื่อนักร้องคนหนึ่ง ชื่อ อิโนะอุเอะ ไดซุเกะ  นักดนตรีในร้านร้านอุตะโคเอะคิซซา เขามักถูกขอให้ไปเล่นดนตรีที่นู่นที่นี่อยู่บ่อยๆ แต่มีอยู่วันหนึ่งมีลูกค้าติดต่อมาว่าช่วยไปเล่นดนตรีที่ร้านให้หน่อย แต่เขาดันไม่ว่าง ด้วยความที่ไม่รู้จะทำยังไงเพราะยุ่งมากจริงๆ เขาก็เลยอัดเทปเสียงดนตรีไปให้ลูกค้าท่านนั้นเปิดใช้ในงาน จึงกลายเป็นว่าเทปที่มีแต่ดนตรีไม่มีเสียงร้องนั้นเกิดได้รับความสนใจจากแขกที่มาร่วมงาน

ต่อมาปี1971 อิโนะอุเอะได้ประดิษฐ์เครื่องคาราโอเกะขึ้นมา 11 เครื่อง โดยมีไมโครโฟนติดอยู่กับเครื่องด้วย ชื่อของมันคือ 8-Juke เมื่อหยอดเหรียญ 100 เยนเข้าไปในตู้เพลงก็จะบรรเลงขึ้น

ในช่วงแรกๆ นั้นราคาค่าหยอดตู้คาราโอเกะนับว่าแพงพอสมควร เงิน 100 เยนนั้นพอที่จะซื้ออาหารกลางวันได้ถึง 2 มื้อ แต่ไม่นานต่อมาเจ้าเครื่องนี้ก็ได้รับความนิยมกระจายไปทั่วบาร์ในโกเบ

และแผ่ขยายไปทั่วเมืองโอซาก้ารวมถึงร้านขายแผ่นเสียงและธุรกิจต่างๆ ก็พากันผลิตตามเกลื่อนกลาดไปหมด ทำให้คาราโอเกะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ร้านอาหาร ห้องต่างๆ ของโรงแรมก็มักจะมีเครื่องคาราโอเกะไว้บริการลูกค้า และก็ได้ถือกำเนิดธุรกิจใหม่ คือ ร้านคาราโอเกะ หรือ Karaoke Box ที่มีห้องขนาดเล็กพร้อมด้วยเครื่องคาราโอเกะให้บริการ

ที่เรียกว่า คาราโอเกะ นั้นมีที่มาจาก คำว่า คะระ แปลว่า ว่างเปล่า กับคำว่า โอเกะ ซึ่งตัดมาจากคำว่า ออเครสต้า นั่นเอง

และในปี 2004 นั้น อิโนะอุเอะ ไดซุเกะก็ได้รับรางวัลอิกโนเบลสาขาสันติภาพ ในฐานะผู้คิดค้นระบบคาราโอเกะขึ้น ซึ่งกรรมการได้ให้เหตุผลของการให้รางวัลไว้ว่า ผลงานของอิโนะอุเอะนั้นเป็นการบุกเบิกเส้นทางใหม่ให้กับผู้คนในการเรียนรู้ที่จะอดทนซึ่งกันและกัน

แม้ว่าธุรกิจคาราโอเกะนั้นจะได้รับความนิยมจนสามารถทำกำไรได้หลายพันล้าน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่อิโนะอุเอะไม่ได้ไปทำการจดทะเบียนลิขสิทธิ์คาราโอเกะไว้ จึงทำให้เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกำไรจากสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเอกนี้

ไทยเราก็นิยมร้องคาราโอเกะเช่นกัน สมัยก่อนเราก็มักจะหอบเหรียญสิบบาทไปเป็นกอบเป็นกำเพื่อหยอดตู้คาราโอเกะ สิบบาทร้องได้ 1 เพลง แต่สมัยนี้จะใช้ระบบเหมาเป็นชั่วโมงเสียมากกว่า

แต่สำหรับใครที่ชอบหรืออยากร้องคาราโอเกะญี่ปุ่นเราขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ MY PORCH ร้านคาราโอเกะย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นร้านคาราโอะเกะที่สายญี่ปุ่นหลายๆ คนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี

แต่ว่าจะไปร้องเพลงที่นี่ขอแนะนำว่าควรอ่านภาษาญี่ปุ่นได้สักนิดสักหน่อยนะคะ ไม่งั้นอาจจะต้องเสิร์ชเนื้อเพลงในโทรศัพท์ร้องทั้งชั่วโมงแน่ เพราะคาราโอเกะที่นี่จะใช้คำอ่านเป็นคันจิ และมีฮิรางานะหรือคาตาคานะกำกับคำอ่านอีกที

แถมในเครื่องเลือกเพลงยังเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดอีกด้วย ถ้าไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็อาจจะมึนๆ งงๆ กันเลยทีเดียว แต่ว่าก็จะมีไอค่อนภาพกำกับด้วย เดาได้ไม่ยากค่ะ

ห้องร้องคาราโอเกะของที่นี่มีตั้งแต่ร้องคนเดียวไปจนถึง 50 คนก็มี เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เวลาเลิกงานแล้ว คนในบริษัทก็มักจะรวมตัวกันมาสังสรรหลังเลิกงานกันตามร้านอาหาาร ร้านคาราโอเกะซึ่งที่ MY PORCH ก็มีอาหารขายด้วยนะคะ เมนูที่คนส่วนใหญ่ชอบสั่งก็มักจะเป็นสปาเก็ตตี้กับพิซซ่าค่ะ

กินคาวเสร็จแล้วก็ต้องกินหวานกันค่ะ ไม่งั้นอาจจะถูกว่าสันดานไพร่ได้ ที่ร้านนี้ขนมหวานขึ้นชื่อก็ต้องนี่เลย พุดดิ้งคาราเมล แต่จริงๆ ก็อร่อยทั้งหมดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นรสสตรอเบอรี่ ชาเขียว ช็อกโกเล็ตหรือทีรามิสุ

สำหรับใครที่อยากมาร้องเพลงที่นี่ก่อนเข้ามาก็แนะนำว่าให้โทรเบอร์นี้ 086 779 6300 มาจองห้องกันก่อนไม่งั้นเกิดแจ็กพ็อตห้องเต็มทุกห้องขึ้นมาจะแย่เอา เพราะแต่ละคนที่มาร้องไม่มีหรอกค่ะร้องแค่ 1-2 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะจองกันครึ่งค่อนวันกัน บางคนจองตั้งแต่ 11.00 น. ถึง 17.00 น. ก็มี

ตอนแรกๆ ก็สงสัยนะคะว่าจะร้องอะไรกันครึ่งค่อนวัน แต่พอไปเองก็ได้รู้ว่าครึ่งค่อนวันนั้นยังไม่พอเลย อยากจะร้องสัก 10 ชั่วโมง ยิ่งไปกับเพื่อนหลายคนพอจองชั่วโมงน้อยเราก็ได้ร้องแค่ 2-3 เพลงเอง

ส่วนราคาการให้บริการก็ตามในรูปเลยค่ะ วันเสาร์-อาทิตย์จะค่อนข้างแพง ไปวันธรรมดาจะคุ้มกว่า แต่ก็จะมีเสียงบอกว่า ก็คนเรามันต้องทำงาน ใครมันจะว่างไปวันธรรมดาล่ะ!!

คนทำงานไม่ต้องเสียใจไป เพราะที่นี่มีโปรโมชันดีๆ เอาใจชาวออฟฟิศอย่างพวกเราอีกด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงถ้ามาใช้บริการหลัง 17.00น. ราคาก็จะลดร้อยละ 50 กันไปเลย คุ้มมากๆ ค่ะ วิธีไปก็ไม่ยากเพียงแค่นั่งรถไฟฟ้าลงสถานีพร้อมพงษ์ เดินออกทางออกประตูที่ 3 เดินเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 39 ไปประมาณ 250 เมตร ร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆ ทางขวามือ ให้สังเกตป้ายสีเขียว MY PORCH restaurant and music ก็เป็นอันถึงที่หมายแล้วค่ะ

 

 

 

ที่มา

myporchbangkok

th.wikipedia

en.wikipedia

 

Posts created 16

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top